ไพรัช สังวริบุตร วีรบุรุษโลกมายา
 
 
 
   
 
 

 เครดิต นิตยสาร VOLUME

ไพรัช สังวริบุตร วีรบุรุษโลกมายา

         
           “น้ำเน่า” คืออะไร
           คุณหรั่ง – ไพรัช  สังวริบุตร หรือ  “ อาหรั่ง ” ปูชนียบุคคลผู้คว่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงไทยกว่า
40 ปี  ให้คำนิยามง่าย ๆ ว่า 

           “ น้ำเน่าคือน้ำที่หยุดนิ่ง คนดูละครเดาเรื่องได้ เช่น  ยายนี่เดินออกไปต้องโดนผัวตบแน่ เพราะเรื่อง
แบบนี้เคยเกิดขึ้นกับชีวิตเขาบ้าง  เขาเคยเห็นมาบ้าง  เมียหลวงเมียน้อย  เรื่องอะไรจะมาสนุกเท่า

           “ พูดคำเดียวว่า น้ำเน่า แล้วเสียหายไปทั้งหมด  ชีวิตจริงทุกคนมีน้ำเน่า แม้ในละครของอเมริกัน หรืออังกฤษก็มีทั้งนั้น  น้ำเน่าคือสิ่งที่ใกล้ตัวของคนเรา  คือธรรมชาติของคนเรา หนีไม่พ้นหรอกเรื่องผัว
เมีย  แม่ลูก  ต้องมีให้เขาดูละครที่ไม่น้ำเน่าก็มี  คนดูเขาก็ไม่ว่าอะไร  เขาจะว่าเราตรงที่มันเน่าๆ นั่นแหละ” 

           คุณหรั่งจบประโยคด้วยเสียงหัวเราะรื่นเริงอย่างไม่เห็นเป็นเรื่องซีเรียส  เมื่อบทสนทนาของเราเริ่ม ต้นขึ้นด้วยคำที่อาจบาดหูและบาดใจคนทำละคร

           บรรยากาศการสนทนาเป็นไปอย่างผ่อนคลาย คล้ายกับลูกหลานมานั่งคุยกับญาติผู้ใหญ่ที่เคารพรัก  ภายในเรือนปีกไม้หลังย่อมในโรงถ่ายละครลาดหลุมแก้ว  สถานที่ที่เป็นฉากถ่ายทำละครเรื่องจำเลยรัก  เวอร์ชั่นที่นำแสดงโดยคุณจอห์น  รัตนเวโรจน์  ( จอห์น  นูโว ) และคุณนิ้ง-กุลสตรี

           คุณหรั่งเชื้อเชิญให้ทีมงานเรานั่งพักดื่มน้ำดื่มท่าที่บริเวณห้องรับแขก โซฟาบุหนังตัวใหญ่นุ่มนั่งหรือ เอนหลังสบายกับทีวีจอยักษ์ที่เปิดเสียงคลอเพียงเบาๆ ไว้ตลอดเวลา  ถัดไปเป็นโต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่  และ ชั้นวางข้าวของประดามีแสดงให้เห็นว่าเจ้าของบ้านใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องนี้

           ในวัยเกือบ 80 ปี  คุณหรั่งยังคงดูแข็งแรง  กระฉับกระเฉง  และมีชีวิตชีวามาก เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ อีกหลายท่านในวัยเดียวกัน

           รอยยิ้มอบอุ่น  แววตาอ่อนโยน  คือสิ่งที่ปรากฏบนใบหน้าของชายชราผู้นี้เกือบตลอดระยะเวลา การสนทนายาวนานกว่า  2  ชั่วโมง  ในบ่ายวันที่พระอาทิตย์เริงร่า

           เมื่อฉันบอกว่าจะขอคุยกับเขาทั้งเรื่องราวประวัติชีวิตส่วนตัวตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน  รวมถึง ประเด็นเรื่องการทำละครทั้งหมด  เขาพยักหน้าพร้อมส่งรอยยิ้มกลับมา

           “ เริ่มด้วยประวัติส่วนตัววัยเด็กเลยละกันนะ   เขาถามความเห็นฉันในที

           คุณหรั่งเล่าว่าเขาเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด เกิดที่เทเวศณ์  ย้ายไปอยู่ จ . อ่างทอง  ตั้งแต่  8  ขวบ  แล้วจึงกลับมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง

           “ ตอนนั้นคุณพ่อเป็นทนายความที่อ่างทอง  ค่อนข้างจะลงหลักปักฐานอยู่ที่นั่น  ส่วนคุณแม่เป็น นักร้องส่งตั้งแต่สมัยศาลาแดงที่เขาตั้งกรมประชาสัมพันธ์  ก่อนกรมประชาสัมพันธ์จะมีศาลาแดง มีเสาวิทยุ ส่ง  คุณแม่เป็น  1  ใน  2คนที่ร้องส่งในวิทยุร้องเพลงไทยเดิม

           “ ผมเป็นลูกคนที่  3  ในบรรดาพี่น้อง  6  คน  ครอบครัวมีฐานะปานกลาง  ตอนที่ไปอยู่อ่างทอง ค่อนข้างร่ำรวยหน่อย  มีโรงหนัง  แพ  เรือเร็ว  รถ  มีพร้อมทุกอย่าง

           “ เมื่อก่อนคุณพ่อมีโรงหนังประจำจังหวัดด้วย  ชื่อโรงหนังเฉลิมถิ่น  ท่านเป็นทนายก็จริงแต่วงจร ของชีวิตอยู่กับจอมพล  ป .พิบูลสงคราม  คุณเลื่อน  พงศ์โสภณ  และเสด็จพระองค์ชายเล็ก พระเจ้าวร-วงศ์เธอ  พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ  ( ท่านพ่อของท่านมุ้ย ม. จ. ชาตรีเฉลิม  ยุคล )

           “ สมัยนั้นคนไทยทำหนังเอง  ล้างฟิล์มเอง  ทำเองทุกอย่าง  พ่อก็รวมอยู่กับทีมที่สร้างหนัง  บ้านที่ อ่างทองอยู่ใกล้กับบ้านของ ฉลอง  ภักดีวิจิตร  นับถือกันเป็นญาติ  2  ครอบครัวทำหนังด้วยกัน

           ด้วยค่าที่คลุกคลีกับวงการภาพยนตร์ไทยตั้งแต่เล็กแต่น้อย  สายเลือดศิลปินย่อมถ่ายทอดสู่คุณหรั่ง อย่างเต็มตัวพรสวรรค์บวกกับพรแสวงทำให้เขามีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกเมื่ออายุเพียง  14  ปี

           “อาของคุณฉลอง  ภักดีวิจิตร  ชื่อคุณอาสดศรี  บูรพารมย์  เป็นอาจารย์คนแรกที่สอนผมถ่ายหนัง และกำกับหนังสมัยนั้นเป็นหนัง  35  มม .  ขาวดำ  จากนั้นมาเป็น  16  มม.  ฟิล์มสี  แล้วจึงกลับมาเป็น 
35  มม.อีกทีหนึ่ง

           “ ผมถ่ายหนัง  ล้างฟิล์ม  ล้างไม่ค่อยเก่งนะแต่ว่าพอรู้  ผสมน้ำยาเอง  แล้วก็ตัดต่อหนัง  ทุกอย่าง ทำเองหมด

           “ ตอนที่เริ่มทำหนังยังเป็นนักเรียนแต่ไม่ค่อยได้ไปเรียนหนังสือเนื่องจากเป็นยุคสงครามญี่ปุ่น  เรียน บ้างไม่เรียนบ้างหนีโรงเรียนบ้าง  ประเภทไม่เอาถ่านน่ะ  หนีเรียนไปเที่ยวดูธรรมชาติ  เป็นคนรักธรรมชาติ  เดินดูไปเรื่อย  ในท้องน้ำท้องร่องบมีอะไร  เดินไปจนหลุดเข้าไปสวนสัตว์เขาดิน เขาเล่าวีรกรรมวัยเด็กด้วย แววตาสนุก

           “ ตอนนั้นคุณพ่อทำหนังเรื่องรอยไถ  แต่ถ่ายออกมาเสียหมดเพราะกล้องไม่ดี  ผมสงสารพ่อ  ถาม พ่อว่าให้ผมทำไหม  พ่อถามว่าทำได้หรือ  สุดท้ายท่านก็ให้ผมลองดู

           “ ผมไปถ่ายรูปประมาณ  10  กว่าม้วน  สมัยนั้นเป็นกล้อง  Mamiya ตัวใหญ่  มานอนวิจัยอยู่ ประมาณ  15  วันจึงลงมือถ่ายหนังแล้วก็ใช้ได้เลย  ตอนนั้นตัวยังไม่สูงมาก  ต้องเอาลังปีนถ่ายหนังและนั่น คือผลงานหนังเรื่องแรก

           “ รอยไถ   ผลงานภาพยนตร์  16  มม. ขาวดำ  เรื่องแรกของคุณหรั่ง  นำแสดงโดย คำรณ  สม-บูรณายานนท์  และ พรพรรณ  วรรณมาศ  เขียนบทโดย  คุณสดศรี  บูรพารมย์  ประสบความสำเร็จ อย่าง
งดงาม  มีผู้ชมมากมายตีตั๋วเข้าชม  นับเป็นก้าวแรกที่สดใสของเขาบนถนนสายนี้

           “ หลังจากเรื่องนั้นก็ประสบผลสำเร็จมาเรื่อย  จนอายุ  20  ปี  ผมสมัครไปเป็นทหารเกณฑ์อยู่  2  ปีกว่า  สมัครเองเพราะเลือกสังกัดได้  อยากไปอยู่ยานเกราะตรงบางกระบือ  ตอนนั้นเขาเพิ่งตั้งหน่วยนี้ได้
แค่  19  วัน

           “ หลังจากฝึกทหารแล้วมีโอกาสออกมาข้างนอกได้  ผมจึงรับงานถ่ายหนังไปเรื่อย  ตอนนั้นเริ่มมีชื่อ เสียงแล้ว  ตั้งแต่ รอยไถ นั่นแหละ  เรื่องเดียวดังเลย  ใช้ชื่อ  นามสกุลจริงว่า ไพรัช  สังวริบุตร" แล้วก็ ยึดอาชีพนี้มาตลอด

           ต่อมาคุณหรั่งเข้าหุ้นกับเพื่อน  5  คน  เช่น  มิตร  ชัยบัญชา , วิน  วรรณชัย , อนุชา  รัตนมาลย์  เปิดบริษัททำหนังชื่อบริษัทวชิรณ  และประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี  มีผลงานเด่น  เช่น  อินทรีแดง  ที่คุณมิตร  ชัยบัญชา  นำแสดง

           “ แต่หลังจากนั้นมาได้อาชีพใหม่คือการพิมพ์หนัง  สมัยก่อนฟิล์มไม่มีเนกาทีฟ  โพสิทีฟ  ฟิล์ม 
16 มม.  ส่วนใหญ่จะเป็นรีเวอชัล  ถ่ายแล้วใช้ตัวจริงเลย  พิมพ์ไม่ได้  มีฟิล์มต้นฉบับม้วนเดียว

           “ ผมมาเทสต์ดูว่าสามารถพิมพ์ได้ไหม  จนประสบผลสำเร็จในที่สุด  จึงรับพิมฟ์หนังมาตลอด ทุก คนในวงการหนังถ่ายหนังเสร็จแล้วจะส่งมาพิมพ์ที่ผมเพราะเป็นเจ้าเดียวในประเทศไทย  ซื้อเครื่องมือจาก เมืองนอกนำมาดัดแปลง  ฟิล์มต้นฉบับ  1  ม้วน  สามารถนำมาพิมพ์ให้เป็นหลายก๊อปปี้ได้

           “ ตั้งแต่นั้นจึงพิมพ์หนังควบคู่กับการถ่ายหนังมาตลอด  จนมาได้รางวัลตุ๊กตาทองครั้งแรกจากเรื่อง แสงสูรย์   นำแสดงโดย ภาวนา  ชนะจิตร  กับ อมรา  อัศวนนท์  จากนั้นจึงทุ่มเททำงานของตัวเอง  ไม่ได้ เกี่ยวข้องกับบริษัทวชิรณแล้ว 

            ทางด้านงานประสบความสำเร็จ  แต่ทางด้านเงินใช้ไม่ได้เลย   เขากล่าวกลั้วหัวเราะ

           “ หนังขายได้แต่โดนโกงหมด  ผมเป็นคนพูดง่ายๆ  เจอเช็คเด้งบ่อยมาก  ตอนแรกไม่ยอมเพราะ
ผม หุ้นกับเพื่อน  เขาให้ผมดูแลเรื่องเงินทอง  ตอนนั้นดูแลจัดการได้ดีไม่มีปัญหา  แต่พอออกมาทำงานของ ตัวเองคนเดียวใจดีเลยโดนโกง  โกงแล้วมันไม่กลัวด้วย  ให้คนไปจับมันก็บอก  เอาสิ  นี่ไง  ผมมาให้จับ แล้ว  เอาเข้าคุกเลย   ผมก็ทำพวกเดียวกันไม่ลง  ไม่เคยเอาใครเข้าคุกเข้าตะราง ผมมีเจตนารมณ์ของ ตัวเองอยู่ว่าทำไมถึงทำอาชีพนี้  เนื่องจากได้มองหลายๆ อาชึพแล้ว  ผมมีความรู้ด้านอุตสาหกรรม  ตอน สงครามก็ทำงานนั้น  แต่ว่าการเลี้ยงสัตว์ การทำบาปไม่อยากทำ  เลิกทำบาปตั้งแต่อายุ  16  ผมมองว่า อาชีพการทำหนังให้แต่ความสุข  ไม่รบกวนใคร  ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน  ไม่สร้างบาปกรรม

           “ ทำหนังอยู่  30  ปี  โดนโกงจนหมดเลยเลิกทำ  หันมาทำทีวีดีกว่า   เขาเว้นระยะเล็กน้อย แล้ว
ระบายยิ้มจางๆบนใบหน้า

           “ พอดีปี  2510  ช่อง  7  เปิดสถานี  ผมจึงมาเช่าเวลา  ล้มลุกคลุกคลานเยอะ  เพราะตอนนั้นเงินก็
ไม่มีแล้ว  จำนำบ้านเอาเงินมาทำหนังได้  8  ตอน  สมัยนั้นเขาไม่เรียกว่าละครนะ  เป็นหนังแล้วเอาไปฉาย
ในทีวี  เรียกว่า เทเลซีน ความยาวเท่าละครปัจจุบันแต่เป็นฟิล์ม  เอาฟิล์มไปลงเทเลซีนอีกที

           “ ตอนนั้นทำเรื่องปลาบู่ทองเป็นเรื่องแรก  ถ่ายละครไปเรื่อยตามท้องน้ำ  ท้องไร่ท้องนาแถว
หัวหมาก  มีนบุรี  ฉากวังก็ไปถ่ายวัดราชบพิธฯ  สมเด็จท่านใจดีให้ยืมสถานที่

           “ ทำไมจึงเลือกทำละครพื้นบ้านเป็นเรื่องแรกคะ   ฉันถามเมื่อสบโอกาส

           “ โดยสัญชาติญาณแล้วผมค่อนข้างมาทางนี้  พ่อทำหนัง  แม่เป็นนักร้อง  เวลามีวงเครื่องสายมา
เล่นที่บ้านผมก็เข้าไปคลุกคลีกับเขาตลอด  ฉะนั้นผมจึงตัดสินใจทำเรื่องปลาบู่ทอง  ประกอบกับมีผู้ใหญ่ที่
ดูแลเรื่องการเช่าเวลาจากสถานีตอนนั้นแนะนำให้ผมเช่าเวลาแล้วทำเรื่องนี้

           “ ใจผมรักเรื่องประเภทนี้อยู่แล้ว  และตอนนั้นมีแต่หนังญี่ปุ่นพวกกาโม่  พวกแปลงร่าง  ได้รับความ
นิยมมาก  ผมมานั่งคิดว่าทำอย่างไรจะแชร์ตลาดเขาได้บ้าง  เขาเอาหนังต่างประเทศมาครอบงำเด็กไทย 
อย่างน้อยสู้ไม่ได้  ผมขอแชร์ด้วยสัก  20  เปอร์เซ็นต์  ก็ยังดี

           “ ได้เวลาประมาณ  17.30  หรือ  18.00 น.  นี่แหละ  ตอนนั้นเลือกเวลาได้เพราะไม่มีใครเอาช่วง
เวลานี้  มีแต่คนเข้ามาก็เจ๊งหมด  3  วันแรกเกือบตาย  พอจะได้ก็อ้าว ! เสาส่งสัญญาณล้มอีก  ขายโฆษณา
ก็ไม่ได้  ไม่มีใครเชื่อ

           “ คิดว่าออกอากาศไปสัก  8  ตอน  แล้วคงจะเจ๊งเลยถ้าสู้เขาไม่ได้  แต่ผมอ่านเกม...ไม่มีใครสู้เรา
ได้ตอนนั้น  พอออกอากาศไปได้  5  ตอนคนดูก็ติด  จึงได้สปอนเซอร์แล้วก็ทำงานนี้มาตลอด

           “ จนกระทั่งคุณเล็ก ชาญชัย  กรรณสูต  น้องชายคุณแดง สุรางค์  เปรมปรีดิ์  เป็นผู้บริหารช่อง  7  ยุคก่อนคุณแดง  ทางช่องขอเวลาคืนเพราะเวลาเขาคุยกับพวกสปอนเซอร์ไม่มีใครเชื่อ  เพราะละครของ
ผมได้ที่  1  ตลอด  สปอนเซอร์ก็มาคุยกับผมเอง  ไม่คุยกับเจ้าของสถานี  ผมจึงคืนเวลาไป

           แรกเริ่มบริษัททำละครของคุณหรั่งใช้ชื่อว่าบริษัทสกายฟิล์ม  แล้วเปลี่ยนชื่อมาเป็นสยามฟิล์ม  ดาราฟิล์ม  และมาเป็น ดาราวิดิโอ   ในท้ายที่สุด  เพราะเข้าสู่ยุคที่เปลี่ยนระบบการถ่ายทำด้วยฟิล์มมา
เป็นวิดิโอ

           “ หลังจากคืนเวลาให้ช่อง  7 ผมก็รับจ้างช่องทำละครเรื่อยมา  ถ้าไม่มีคนทำผมก็เข้าไปทำ  ถ้ามี
ค่ายอื่นทำผมก็ถอยออกมา   เขาอธิบายสั้นๆ

           “ ร่วมงานกับช่อง  7  มากี่ปีแล้วคะ   ฉันถามต่อทันที

           “ 40  กว่าปีเท่าอายุช่อง  7  นับตั้งแต่ก่อตั้งมานั่นแหละ ”

           “ ไม่ได้เซ็นสัญญาใช่ไหมคะ   
  
           “ ไม่ได้เซ็น  เขาดีกับเราเราก็ดีกับเขา  ถ้าจะทำอะไรจะต้องนึกถึงช่องเราเคยอยู่ที่นี่มา  เคยสู้มา  อยู่ที่ไหนก็อยากให้ที่นั่นเจริญ

           ละครยุคแรกๆ  ที่คุณหรั่งทำ  ถามว่าเรื่องไหนอยู่ในความทรงจำมากที่สุด  คำตอบที่ได้กลับผิดคาด
เมื่อเป็น ขุนแผนผจญภัย

           “ เรื่องขุนแผนผจญภัย  สมชาย  ศรีภูมิ  รับบทเป็นขุนแผน  แต่ตัวนางพิมพิลาไลยเปลี่ยนนักแสดง
บ่อย  เป็นเรื่องของเสด็จพระองค์ชายเล็ก  ทีแรกท่านให้ท่านมุ้ยทำ  แต่ท่านมุ้ยไม่ทำ  พระองค์ชายเล็กเลย
กริ้ว

           “ ตอนที่เสด็จพระองค์ชายเล็กตกลงทำเรื่องขุนแผนผจญภัย  หม่อมบอกผมว่า  อย่าไปเชื่อเสด็จ
นะ  8  ตอนเสด็จก็เลิกทำแล้ว  ผมถามว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงหรือ  หม่อมบอก เออ  คอยดูสิ

           “ ปรากฏว่า  8  ตอนเลิกจริงๆ  ( หัวเราะ )  ผมต้องมาเขียนบทและทำต่อเอง  ทำอยู่  5  ปี 
ประมาณ  500  ตอนต่อเนื่องกัน  ยาวสุดตั้งแต่ทำละครมา

           จากจุดเริ่มต้นด้วยละครพื้นบ้านแนวจักรๆ  วงศ์ๆ  เมื่อเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ดาราวิดิโอ   คุณหรั่ง
เริ่มหันมาผลิตละครร่วมสมัยควบคู่ไปด้วย  โดยมีทายาททั้ง  2  คนคือ  คุณหลุยส์ สยาม  สังวริบุตร  และ
คุณลอร์ด สยม  สังวริบุตร  เป็นผู้สืบสานเจตนารมณ์

           “ งานวงการนี้เหนื่อย  คนที่จะอยู่ตรงนี้ได้ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าอย่างกเรื่องเงินทอง  อยากได้แต่
อย่างก  ต้องให้เวลากับงานศิลปะที่เราทำ  ไม่ใช่พอมีทางหารายได้ก็งกทำแต่เงิน  ปล่อยให้คนดู ดูอะไรก็
-ไม่รู้

           “ อย่างหลุยส์นี่ผมพยายามปัดเขาไปให้ห่างตัวมากที่สุด  จบวชิราวุธวิทยาลัยก็ส่งเขาไปเรียนต่อที่
อังกฤษตั้งแต่เด็กๆ  เขาเรียนด้านการตลาดและคอมพิวเตอร์  ไม่เกี่ยวกับงานทีวีเลย  แต่พอกลับมาเขาแบก
พวกอุปกรณ์ทีวีกลับมาด้วย  แสดงว่าเขาสนใจงานด้านนี้

           “ ตอนที่หลุยส์เรียนอยู่ที่โน่นผมก็แอบถามไถ่เพื่อนฝูงอยู่เรื่อยๆ ว่าเข่สนใจอะไร  เขาสนใจที่จะ
ทำงานอีเว้นต์  เป็นหัวหน้าสมาคมทำกิจกรรมต่างๆ  เวลามีคนกลับจากอังกฤษมาเมืองไทยผมก็จะถามเขา
ว่ารู้จักลูกผมไหม  ชื่อสยามทุกคนจะบอกว่า  อ๋อ ! ไอ้หยามหรือครับ   แสดงว่าดังมาก

           “ สืบไปเรื่อยๆ  ปรากฏว่าเขาไปเป็นหัวหน้าดิสโก้  ผมเลยย้ายไปสหรัฐฯ เสียเลย  ให้ไปอยู่เทกซัส
ห่างผู้ห่างคนจนกระทั่งเขาได้ปริญญาโทกลับมา

           “ พอกลับมา ผมถามว่าอยากทำงานอะไร  เพื่อนฝูงเขามีเยอะ  มาชวนไปเป็นอาจารย์ก็ไม่เอา เขา
บอกอยากทำมิวสิกวิดิโอ  อ้าว ! มาเลย  ทำเลย  จากนั้นเขาก็ทำมิวสิก วิดิโอ  ให้พรศักดิ์  ส่องแสง    บานเย็น รากแก่น  ร่วมงานกับอาร์เอส  ชมพู  กับปิง  ฟรุ๊ตตี้  หรือปรัชญา  ปิ่นแก้ว  พรรคพวกเขาในวงการ
เยอะ  แต่เขาก็สัญญากับผมนะว่าจะไม่ทำงานเหมือนพ่อ

           “ ต่อมาหลุยส์บอกลอร์ดว่าให้สอนพี่ถ่ายวิดิโอหน่อย  ลอร์ดก็คอยกำกับ  พอถ่ายวิดิโอได้ปุ๊ปหลุยส์
เขาก็ไปเลยทีนี้ได้เริ่มเข้ามาทำละคร  คล้ายๆ ลูกเสือลูกจะเข้น่ะ  สุดท้ายก็กลับมาทำงานละครเหมือนพ่อจน
ได้   เขากล่าวกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

           “ ส่วนลูกชายคนเล็ก ลอร์ดเรียนอยู่เมืองไทยตลอด  ผมบอกลูกว่าไม่ต้องเรียนมากนะ  เนื่องจาก
ผลงานของเราอยู่ที่เทคนิคด้วย  ฉะนั้นลอร์ดจะต้องเกาะเรื่องเทคนิคให้ติดไปเลย  ถ้าจ้างคนอื่นมาทำสักพัก
เขาก็ไปจากเรา  แล้วงานจะไม่ต่อเนื่อง

 


           “ ผมคิดไว้แล้วว่าจะให้ลอร์ดสืบทอดเทคนิค  แต่ด้านการทำละครไม่เกี่ยว  ให้สืบทอดด้านงานจักรๆ วงศ์ๆ  แล้วหลุยส์ก็เข้ามาช่วย  ตอนหลังเลยกลายเป็น  3  บริษัทขึ้นมา

           “ คุณแดง สุรางค์  เปรมปรีดิ์  ถามว่าพี่หรั่งเป็นอย่างไร  ฝึกวิทยายุทธ์ให้ลูกหรือยัง  ผมบอก
เรียบร้อยไม่ต้องห่วงหรอก  เด็กรุ่นใหม่อย่างไรเขาก็ต้องเก่งกว่า  เราจะเก่งในด้านประสบการณ์เพราะถ่าย
หนังถ่ายละครมาเยอะ  รู้ว่าอุปสรรคคืออะไร  แล้วมันจะเป็นอย่างไร  แต่ทางด้านที่พุ่งไปข้างหน้าอย่างไรก็สู้
เด็กไม่ได้  ความจำเขาดีกว่า  ความรู้รอบตัวเยอะกว่า

           “ ผมเลยแยกบริษัทให้ลูกๆ ทำ  จากดาราวิดิโอ  แยกเป็นดีด้า วิดิโอ  โปรดักชั่นก่อน  แล้วเราก็กลับ
มาทำบริษัทสามเศียร  ทำละครจักรๆ  วงศ์ๆ  แต่ตอนนี้ผมไม่ค่อยได้ทำแล้ว  ผมเป็นที่ปรึกษาให้กับพวกเขา
และไปดูแลจ๊ะทิงจามากกว่าเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมาหลังสุดเพื่อจัดจำหน่ายและดูแลเกี่ยวกับคอนเสิร์ตของเจ้า
จ้าตัวการ์ตูน  ฤาษีน้อย

           โดยสรุปคือปัจจุบันคุณหรั่งดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาบริษัททั้ง  4  คือ  ดาราวิดิโอ ดีด้า
วิดิโอ  โปรดักชั่นสามเศียร  และ  จ๊ะทิงจา  โดยมีลูกชายคนโต   คุณหลุยส์ สยาม  สังวริบุตร  ดูแล
บริษัทดาราวิดิโอ  คุณลอร์ด สยม  สังวริบุตร  ดูแลบริษัทดีด้า  และสามเศียร  ส่วนบริษัทจ๊ะทิงจา 
คุณกุ้ง มณีรัตน์  ประถมพร  ภรรยาของคุณหรั่งเป็นผู้บริหารงาน

           “ ละครส่วนใหญ่ลูกๆ ดูแล  แต่เขาจะมาปรึกษาผมตลอด  ผมไม่ทำงานแบบเผด็จการ  ผมเป็นคน
เก่า  มีประสบการณ์  คนใหม่มีอะไรที่ดีกว่าอีกเยอะ  ต้องแชร์ประสบการณ์กัน  ไม่อย่างนั้นเราจะล้าสมัย
           “ ทำไมต้องแยกเป็นบริษัทดีด้ากับดาราวิดิโอล่ะคะ  ในเมื่อทำละครร่วมสมัยเหมือนกัน   ฉันเอ่ย
คำถามที่ค้างคาใจมานานออกไป   

           “ ต้องแยกเพราะทำงานตรงนี้ประเภทของละครไม่เหมือนกันนะ  ละครตอนกลางคืนกับตอนหัวค่ำก็
ไม่เหมือนกัน  เปิดบริษัทมาเพื่อทำได้หลากหลาย  อย่างดีด้าก็เกี่ยวกับละครจักรๆ  วงศ์ๆ  และการ์ตูนด้วย  และจากการ์ตูนก็ต้องพัฒนาเทคนิคให้สมจริง  มาใช้กับบริษัทสามเศียร  เวลานัดประชุมทีหนึ่งจะมีครบทีม  คุณหรั่งอธิบายพร้อมรอยยิ้ม

           “ เมื่อก่อนมีนักข่าวถามบ่อย  ได้ข่าวว่า  2  พี่น้องทะเลาะกันใช่ไหม  ผมตอบว่ากูยุมันเองแหละ  ให้มันแยกบริษัทเลยจะได้แข่งกันเอง   เขาเล่าเคล้าเสียงหัวเราะในลำคอ

           “ แข่งกันเองหรือคะพี่น้อง   ฉันยังไม่คลายสงสัย
           “ ทำอย่างไรได้  เวลาขึ้นเวทีไม่มีพี่ไม่มีน้อง  เหมือนนักมวยนั่นแหละ  ซัดกันเต็มเหนี่ยว  ในที่นี้ก็
คือแข่งเรทติ้งกัน  แล้วพอลงจากเวทีมาเพื่อนฝูงก็ไม่เกี่ยว  ลงมาค่อยว่ากัน  แต่บนเวทียอมกันไม่ได้  ถ้า
ยอมกันก็เสร็จ  เท่ากับว่าเราไม่ซื่อสัตย์ต่ออาชีพ

           “ พวกเรามีเจตนารมณ์สูงสุดคือการทำงานต้องมีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพ  ซื่อสัตย์ต่อความจริง  ต่อ
เพื่อนร่วมงาน  และเจ้านายของเราคือบ้านของเรา  เราต้องพาไปข้างหน้าให้ได้   ดวงตาคนพูดฉายแวว
มุ่งมั่นเมื่อกล่าวประโยคเหล่านี้

           เมื่อไล่เรียงรายชื่อละครที่เป็นผลงานของคุณหรั่ง  ไม่น่าแปลกใจเลยที่มีแต่ละครยอดนิยมทั้งสิ้น  ไม่ว่าจะเป็น  คู่กรรม  สายโลหิต  รัตนโกสินทร์  ญาติกา  คือหัตถาครองพิภพ  กนกลายโบตั๋น  ฯลฯ

           “ พวกนี้คือละครย้อนยุค  บริษัทเราทำละครหลายรูปแบบ  แบบที่ทันสมัยจริงๆ  ปล่อยให้หลุยส์
เขาทำไป  คาบลูกคาบดอกก็ให้ลอร์ดเขาไป  โบราณๆ ผมเอามาทำเอง   เขาตอบติดตลก

           “ ผมทำ คู่กรรม   เป็นเรื่องสุดท้าย  เรื่องนั้นรวมผู้กำกับ ฯ เยอะเหมือนกัน   ฉากใหญ่ๆ เช่น  ฉาก
ทิ้งระเบิดจะรวมผู้กำกับ ฯ  มาเลย  10  คน  แต่ละคนจะต้องเอาไอเดียของตัวเองใส่ลงไป  เวลาระเบิดรับ
ภาพมาแต่ละคนจะรับอย่างไร  จะใช้สตันต์แมนอย่างไร  แต่ละกล้องๆ  ฉะนั้นพอถ่ายเสร็จออกมา  โอ้โห ! ของดีเยอะเลย

           “ งานพวกนี้ผมเดินสั่งด้วยตัวเองหมด  ดูงานตัดต่อด้วย  เนื่องจากเป็นช่างภาพมาก่อน  คุณถ่าย
อะไรมาผ่านลูกตาผม  ผมจะจำได้เป็นช่วง  ช่วงไหนดีก็สั่งเขาว่า  เอาไว้  ตรงนี้ผ่านไป เอาตรงนี้ ทำแบบนี้
จะไม่เสียเวลามากในการตัดต่อ   เขาอธิบายกระบวนการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน

           ในด้านการสร้างโอกาสให้นักแสดง  ช่อง  7  และดาราวิดิโอ  ดีด้า  และสามเศียร  นับเป็นแรง
สนับสนุนสำคัญที่ทำให้เรามีนักแสดงมากฝีมือระดับพระเอกนางเอกมากมายจนถึงทุกวันนี้  ไม่ว่าจะเป็นหนุ่ม
- ศรราม ,  กบ -สุวนันท์ ,กวาง - กมลชนก ,  อั้ม - พัชราภา ,  ชมพู่ อารยา ,  ยุ้ย จีรนันท์  ฯลฯ

           “ ไม่อยากจะจำเพราะเยอะ  และผมไม่คิดว่าการผลิตละครคือการที่เราไปช่วยดันดาราจนเขาดังหรือ
อะไร  ผมบอกกับทีมงานเสมอว่าหน้าที่ของพวกเราคือทำให้เขาดีที่สุด  แล้วต่อไปเขาจะนึกถึงเราหรือไม่ก็
ไม่ใช่เรื่องของเรา  ไม่ต้องสนใจว่าเราเป็นคนสร้างเพราะร่วมสร้างมาด้วยกันหลายคน  ฉะนั้นเรื่องนี้ผ่านได้
เลย  ไม่อยู่ในสมอง

           “ พวกเรามีจรรยาบรรณอยู่อย่างหนึ่ง  เราตั้งใจกันไว้ว่าไม่ว่าใครจะเข้ามาแล้วมีหระยศพระเกียรติเรา
ก็จะทำทุกอย่างให้งานออกมาดีที่สุด  ระหว่างทำงานเราอาจโกรธเขาได้ช่วงนั้น  แต่ไม่ให้เกลียด  พอเขาไป
แล้วก็ลืมเรื่อบาดหมางกันไป  แล้วเราก็มีหน้าที่ดูแลคนต่อไป

           “ บริษัทเราทำละคร  พอละครออกฉายก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราแล้ว  แต่ส่วนใหญ่ละครยังไม่ทันจน
ดาราเกิดดังขึ้นมา  คนก็มาติดต่อเอางานมาให้เขา  เงินน่ะใครก็อยากได้  ทีนี้ดาราก็จะเริ่มเบี้ยวคิวละคร 
คนโน้นไม่ว่าง  ทำไมถ่ายไม่เสร็จ  ทำไมฉันต้องมารออยู่คนเดียว  มักจะมีปัญหาอย่างนี้

           “ แล้วมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไรคะ   ฉันฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นปัญหาไม่เล็กเลยทีเดียว

           “ เรายอมทุกอย่างให้คุณมาถ่ายละครทัน  และทำอย่างไรก็ได้ให้ไม่ทะเลาะกัน  ดาราบางคนถูก
เอาใจจนเสียคนไปเลยก็มี  เพราะงานของเราทะเลาะกับเขาไม่ได้  งานเราไม่มีวันสิ้นสุด  เดี๋ยวช่องก็เอาเด็ก
คนใหม่มาให้  ร่วมงานกับเราอีก
 
            คุณหรั่งให้คำตอบอย่างกระจ่างชัด  ก่อนที่ฉันจะถามตำถามคาใจอีกข้อ  ทำไมละครไทยมักถูกนำ
มาทำซ้ำ( Remake )  ครั้งแล้วครั้งเล่า

           เขาฟังคำถามด้วยสีหน้าอมยิ้ม

           “ ในเมืองไทยเรามีบทประพันธ์ดีๆ  อยู่มากมายจนกระทั่งเป็นอมตะถ้าเกิดเราอ่านเกมให้ดีตรงนี้เป็น
ทางเดินที่จะสร้างตัวละครขึ้นมาได้อีก  เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่มีคุณค่า  อย่างบ้านทรายทอง  พจมานหิ้ว
กระเป๋ามาบ้านทรายทอง  เพลงขึ้นมา  นี่คือสถานแห่งบ้านทรายทองที่ฉันปองมาสู่  ฉันยังไม่รู้ว่าเขาจะ
ต้อนรับขับสู้เพียงไหน.แค่นี้ก็สนุกแล้ว

           “ เรื่องพวกนี้เราจำเป็นต้องฝังลงไปในสมัยใหม่บ้าง  ไม่อย่างนั้นเขาจะเจริญไปเรื่อยโดยที่ไม่รู้
คุณค่าของของโบราณ  ละครไทยจึงเวียนมาทำซ้ำเป็นระยะๆ

           “ ส่วนละครใหม่ๆ  ก็หากันไปสิ  ผมไม่ได้ทิ้งอะไร  ของดีๆ เก็บไว้ให้คนดูทั้งนั้น  เช่นไปซื้อเรื่องไว้
แล้วคอยเวลา  ทำไมบางครั้งพอเอาเรื่องนี้ออกฉายปั๊ปคนดูจะมีความรู้สึกว่ายังไม่ลืมใช่ไหม...มาอีกแล้ว 
แต่ผมจะรอให้คนดูลืมสัก  5  ปี  8  ปี  ผ่านไปรอเวลาให้ดาราคนใหม่มาสรวมบทบาทตรงนี้ให้พอดีถึงจะ
ปล่อยละครรีเมคออกไป  ไม่ได้ปล่อยส่งเดชนะ   เขากล่าวกลั้วหัวเราะ

           “ มีหลักการอย่างไรในการเลือกบทประพันธ์มาสร้างเป็นละครว่าเรื่องนี้ถ้าทำแล้วน่าจะดังคะ

           “ ไม่ได้เก็งด้วยความดีนะ  แต่เก็งด้วยความเซ็ง ( หัวเราะ )  ถ้าคุณออกไปตรงนี้มันเซ็ง  ต่อให้
ละครคุณดีแค่ไหนเขาก็ไม่ดู  เหมือนกับบางทีเรานึกเบื่อกับหนังจีนอย่างนี้  ยังไม่ทันดู  ยังไม่รู้เลยว่าดีไม่ดี
แต่ปิดทีวีหนีไปแล้ว

           “ ถามว่าทำไมหนังจักรๆ  วงศ์ๆ  ของเราอยู่ได้  เพราะคนดูเซ็งกับละครเยอะไงล่ะ  คนดูอยากจะได้
สิ่งที่เพ้อฝันบ้างแต่ไม่มีใครทำให้ดู  เรื่องที่ไม่มีในชีวิตจริง  เจ้าหญิง เจ้าชาย  พอเราทำเข้าก็ไปถูกใจเขา  แล้วเขาจะติดสิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่ว่าเราเก่งกาจอะไรนักหนา  แต่เป็นจังหวะที่เราควรจะดูแลตรงนี้มากกว่า

           “ หนังจักรๆ  วงศ์ๆ  เป็นจังหวะของมัน  จะให้พ่ะย่ะค่ะแล้วนุ่งโจงกระเบนมาทุกเรื่องก็ไม่ใช่  บางที
ผมก็ยอมโดนด่าด้วยการทำละครแฟนตาซีมาเบรกบ้าง  ให้คนด่าสักพักหนึ่งแล้วค่อยกลับมาทำละครพื้นบ้าน
แบบไทยๆ ใหม่  ใจผมพยายามนำเสนอและปลูกฝังความเป็นคนไทยให้คนดู  เตรียมเรื่องไทยดีๆ ไว้อยู่แล้ว

           เมื่อถามว่าสิ่งท้าทายหรืออุปสรรคในการทำละครจักรๆ  วงศ์ๆ  มีอะไรบ้าง  คุณหรั่งผู้คว่ำหวอดมา
ในวงการกว่าครึ่งค่อนชีวิตอธิบายด้วยคำตอบที่เข้าใจง่ายว่า

           “ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเวลา  เช่น  สถานที่  สิ่งของ  เสาไฟฟ้า ถุงพลาสติกนี่ละตัวแสบ  ไปที่ไหน
ถุงพลาสติกเต็มไปหมด  ต้องเก็บอย่าให้เล็ดลอดเข้ามาในฉาก

           “ เรื่องที่สร้างเลือกจากอะไรคะ   ฉันถามต่อ

           “ จริงๆ เรื่องโบราณมีในสต๊อกอยู่ประมาณ  300  เรื่อง  เนื่องจากเสด็จพระองค์ชายเล็กท่านชอบ
ของโบราณพวกหนังสือเกี่ยวกับนิทานวัดเกาะ  ท่านรวบรวมมานานมาก  เย็บเป็นเล่มประมาณ  300  เรื่อง  ใส่ตู้ไว้อยู่บนห้องบรรทม

           “ สมัยผมอยู่กับภรรยาคนแรก คุณผุสดี  ยมาภัย  เสียชีวิตแล้ว  เสด็จพระองค์ชายเล็กทรง
อนุญาตเป็นพิเศษให้ขึ้นไปคัดบทประพันธ์ในห้องบรรทม  แต่ละเรื่องที่นำมาสร้างละครเราไม่ได้แต่งเอง  ที่แต่งเองมีน้อยมาก

           “ บางเรื่องเคยสร้างแล้วก็เอามาสร้างใหม่อีกประมาณ  5 8  ปีให้หลัง  เพราะเป็นเรื่องที่ไม่มีวันตาย  สร้างทีไรคนดูก็ติด  อย่างนกกระจาบเป็นนิทานพื้นบ้าน  ครั้งแรกได้มาจากลาว  นิทานลาว  เขมร  ไทย  ปนเปเป็นเรื่องเดียวกันหมด  ไม่รู้ว่าของใครเป็นของใคร  แต่เราต้องเอาเข้ามาสร้างเรื่องของเราใหม่  ใส่ชื่อตัวละคร  ใส่อะไรต่ออะไรเข้าไป  ตรงนั้นจะเป็นลิขสิทธิ์ดัดแปลง  กลายเป็นนิยายของเราเอง

           “ เมื่อก่อนผมเขียนเรื่องเองด้วย  แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ทำแล้วเพราะงานอื่นเยอะ  มีทีมเขียนบท  ทีมเสื้อผ้า  แล้วผมคอยดูว่าเรื่องนี้จะต้องเป็นอย่างไร  ควรจะเป็นยุคสมัยไหน  อินเดีย  ทวาราวดี  หรือศรีวิชัย เป็นต้น

           หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมละครจักรๆ  วงศ์ๆ  ต้องออกอากาศเช้าวันเสาร์  อาทิตย์  และเป็นเวลานานแล้วที่ครองเวลานี้มาตลอด

           “ อย่างที่เล่าเมื่อสักครู่ว่าคืนเวลาให้ช่อง  7  ไป  หลังจากนั้นก็รับจ้างทำละครป้อนให้ช่อง  แต่ไปไม่
รอดด้วยอะไรหลายๆ อย่าง  เงินที่ได้ไม่คุ้มกับที่ลงทุน  เวลาทำละครทั้งผมและลูกๆ ไม่มุ่งคิดถึงต้นทุน กำไรแต่จะเน้นทำของดีให้คนดู  ขอให้ออกมาแล้วคนชอบ  ตรงนี้เลยทำให้สู้ละครเจ้าอื่นๆ ไม่ได้  เมิ่อ
สถานการณ์ลำบากจึงยกเลิกละครจักรๆ  วงศ์ๆ ไป

           “ ตอนหลังผมไปขอเช่าเวลาดีกว่า  8  โมงเช้า  ไม่ต้องไปสู้กับใคร  ใครอยากสู้กับเราก็ตามมา  ผม
คิดว่าเวลานี้เหมาะสมแล้ว  8  โมงเช้า  ปลุกเด็กๆ  ขึ้นมาด้วยเสียงเพลง  ด้วยละครแนวนี้

           “ แสดงว่ากลุ่มผู้ชมโดยหลักของละคร จักรๆ  วงศ์ๆ  คือเด็กหรือคะ   ฉันถามย้ำ

           “ มีเด็ก  ผู้หญิง  และคนแก่  แต่ตอนหลังคนแก่ไม่ค่อยดูแล้ว  เพราะการปฎิวัติในการสร้างละครให้
เดินเรื่องไวขึ้น  คนแก่ไม่ค่อยชอบของไวๆ   เขาตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะชอบใจลงลูกคอ

           “ คิดว่าเสน่ห์ของละครแนวนี้ที่ทำให้ครองใจคนดูมานานหลายสิบปีคืออะไรคะ

           “ ความไม่เซ็งไงล่ะ  ง่ายที่สุด  ผู้สร้างทุกคนมีจินตนาการ  นำเสนออะไรดีๆ ของเขาออกมา  แต่ว่า
จังหวะที่ดีที่สุดคือคุณจะหนีความเซ็งได้อย่างไร  ละครแนวนี้จึงเป็นทางเลือก

           “ นอกจากความบันเทิงแล้ว  ละครของเรายังให้คนดูได้เยอะเกี่ยวกับศิลปะไทย  เพลง  ขนบธรรมเนียมได้บ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่กาลเทศะที่จะสอดแทรกไป  แต่ความตั้งใจของผมคือเมื่อมีจังหวะ
ดีๆ  จะยัดให้เลย  ละครดังเมื่อไรเป็นโดนเมื่อนั้น  ไม่ให้คนดูรู้ตัว  อย่าไปสอนคนแบบที่เราเป็นครู ต้องสอน
คนแบบค่อยๆ แทรกซึม

           จะเห็นว่าปัจจุบันมีเพียงบริษัทสามเศียรและดีด้าเท่านั้นที่ผลิตละครแนวพื้นบ้าน  หรือ จักรๆ  วงศ์ๆ  มาให้เราชมกันทุกเช้าวันเสาร์  อาทิตย์  ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง  7 

           “ เมื่อก่อนมีคนเข้ามาตีตลาดเยอะ  4 - 5 เจ้า  ทำละคร  30 40  เรื่องแล้วเขาก็ไปไม่ดื้อด้าน
เหมือนผม  ผมลงทุนสร้างโรงถ่ายละครลาดหลุมแก้วขึ้นมาเมื่อประมาณ  30  ปีที่แล้ว  เมื่อก่อนที่ตรงนี้งูเห่า
เยอะมาก  ชาวบ้านไม่กล้าเข้ามาหรอก

           “ สมัยนั้นไม่มีใครสร้างแบบนี้  เขาจะสร้างอินดอร์แล้วทำฉาก  แต่ผมอยากสร้างโรงถ่ายละคร
เอ๊าท์ดอร์  ใช้เวลานานมากกว่าต้นไม้จะโต  เสาไฟฟ้าถูกออกแบบให้ถอดออกได้  สายไฟฟ้าก็ไม่ให้มี 
ท้องนา  ท้องน้ำ  ลำคลอง  แต่ละมุมถูกออกแบบมาอย่างด

           “ โรงถ่ายละครเอ๊าท์ดอร์ยากตรงเลือกทำเลนี่ละ  ผมเลือกที่ลาดหลุมแก้วเพราะคลองตัน  ไม่มีเรือ
หางยาวแล่นผ่านจึงไม่มีเสียงรบกวน  แต่เดี๋ยวนี้ความเจริญรุกเข้ามา  จึงต้องปลูกต้นไม้  2 ชั้นกันไม่ให้เสียง รถราจากภายนอกเข้ามา

           “ ผมเริ่มสร้างเรือนไทยก่อนเพราะเป็นของหายาก  ผมศึกษาเรื่องเรือนไทยและออกไปหาซื้อแถว
เชียงราย  เชียงใหม่  อยู่ประมาณ  2 3  ปี  ซื้อแล้วนำมาประกอบใหม่ที่นี่  เพราะถ้าสร้างใหม่จะไม่ได้
ส่วนสัด  ส่วนสัดของเรือนไทยอยู่ที่ฝา  ฝาเอนคาไหนถึงจะสวย  พวกรถม้าก็ไปเหมาซื้อมา  ข้าวของเก่าๆ
จากพม่าบ้าง  จากสุพรรณบุรีบ้าง

           “ ซื้อฝากับหน้าจั่วเรือนไทยมาไว้เยอะมาก  เหลืออีกหลายหลังที่ยังไม่ได้ประกอบเพราะประกอบ
ไม่ทัน  เรือนไทยหลังหนึ่งต้องใช้พื้นที่อย่างน้อย  2 4 ไร่

           นอกจากเรือนไทยแล้วภายในโรงถ่ายละครแห่งนี้ยังมีปราสาทราชวังต่างๆ  อีกมากมายหลายหลัง  ซึ่งเราคุ้นตากันดีในละครจักรๆ  วงศ์ๆ 

           “ ตรงนั้นก็สร้างอีกแบบหนึ่ง  โลเคชั่นแบบนั้นหายากเราจึงต้องสร้างไว้เอง  หรือเวลาหน้าฝนออก
ไปถ่ายละครข้างนอกไม่ได้ก็กลับมาถ่ายในนี้ได้  สตูดิโอสำหรับถ่ายฉากอินดอร์  พวกท้องพระโรงและอื่นๆ  มี  7  โรง

           เขาชี้ให้ดูสตูดิโอที่อยู่ห่างออกไปจากบ้านหลังนี้ราว  300  เมตร

           “ เนื้อที่  50  ไร่  ก่อสร้างเต็มหมดแล้ว  ไม่พอแล้ว  นี่ข้างในเห็นอย่างนี้ถ่ายละครได้หมดเลยเพื่อ
ไม่ให้พื้นที่เสียเปล่า  เขาชี้ให้ดูถ้ำและหน้าผาจำลองสีดำทะมึนขนาดมหึมาที่อยู่ด้านหลังของบ้าน

           “ ข้างในจะเป็นถ้ำไว้ถ่ายละคร  จักรๆ  วงศ์ๆ  ข้างนอกมีบันไดขึ้นไปได้  เรื่องมรสุมแห่งชีวิตที่ตุ้ย ธีรภัทร์แสดงคู่กับอั้ม พัชราภาก็ถ่ายฉากกระโดดผาที่นี่  บางทีไปถ่ายสถานที่จริงหาโลเคชั่นได้สวยไม่
เท่า  ของที่เราสร้างขึ้นมาสวยกว่า

           ต้องยอมรับว่าโลเคชั่นของโรงถ่ายละครลาดหลุมแก้วแห่งนี้สวยงาม  ร่มรื่น  และมีหลากหลายแนว
จริง  ทำให้ละครของดาราวิดิโอ  ดีด้า  และสามเศียร  มีเอกลักษณ์พิแศษไม่เหมือนใคร

           แต่ในขณะเดียวกัน  การถ่ายละครไปออกอากาศไป   ก็เป็นอีกหนึ่งลักษณะเฉพาะตัวของละคร 
3  ค่ายนี้ที่หลายคนกังขา  จนถึงขั้นจับผิด

           “ คนอื่นทำไม่ได้อย่างเราหรอก  ละครเรายุคก่อนกับสมัยนี้ถ่ายไปออกอากาศไปเหมือนกัน  พวกเรา
มันเป็นแบบนี้แหละ  แต่ไม่ใช่ทำงานชุ่ยนะ  หลายคนคิดว่าเราชุ่ย  สุกเอาเผากิน

           “ จริงๆ  การจะทำอย่างนี้ได้ก็เปรียบเหมือนการปรุงอาหาร  คนที่จะเปิดร้านอาหารที่เร็วด้วยและดี
ด้วยจะต้องมีเครื่องมือ  วัตถุดิบ  และเครื่องปรุงอยู่พร้อม  พอถึงเวลาก็ลงมือปรุงและเสิร์ฟร้อนๆ เลย

           “ แต่ผมเล่นไม่ยอมเลิกไง  พอทำเสร็จแล้วบอกยังไม่พอใจ  ลูกคนโตยังไม่พอใจไปถ่ายใหม่  ตัด
ต่อใหม่  ทีนี้ก็เลยจวนเวลาออกอากาศ

           “ เหมือนตอนทำเรื่องคู่กรรม  เวอร์ชั่นเบิร์ด ธงไชย  กับกวาง กมลชนก  เรทติ้งตอนนั้น  38  เปอร์เซ็นต์  จนบัดนี้ยังไม่มีใครทำลายสถิติได้  ตอนถ่ายทำผมบอกนักแสดงว่าจะใช้เวลานานเท่าไรก็ได้ 
เต็มที่  ถ้าอารมณ์ยังไม่ถึงก็ทำอารมณ์กันไปก่อน  พูดกันไปเรื่อยๆ  ถ้าได้อารมณ์แล้วผมจะเลือกตัดเอาเอง

           “ ทำไปทำมาจนกระทั่งตัดต่อไม่ทันช่วงนั้นจึงออกอากาศไปแบบยาวเหยียด  หนังสือพิมพ์ลงข่าว  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  ก็ทอดพระเนตร  ท่านบอกว่า สนุกดี  เสียอย่างเดียวพระเอกตายช้าไปหน่อย  เพราะไม่ได้ตัด  ไม่มีเวลาตัดแล้ว  ออกอากาศไปทั้งดุ้นเลย  ก็สมควรแล้วที่โดนว่า   เขาหัวเราะสนุก

           “ เป็นตอนที่ยาวจริงๆ  คนดูถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีกโกโบริก็ยังไม่ยอมตาย  แต่เรื่องนี้ประสบ
ความสำเร็จทั้งเรทติ้งและรางวัล  ได้รับการยอมรับจากคนดูและสื่อ  หนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น  3  ฉบับมาขอสัม-ภาษณ์ถึงเมืองไทย

           “ เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของกวาง กมลชนก  และแจ้งเกิดเลย  ส่วนเบิร์ด ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจจะ
มาแสดงเสียทีเดียวนะ  เขามาลองเชิงก่อน  เบิร์ดกับเล็ก บุษบา  ดาวเรืองมาคุยก่อน  เขามาสืบนั่นแหละ  คิดว่าผมไม่รู้แต่จริงๆผมรู้  คุยไปคุยมาหลังจากนั้นก็ถ่ายเทสต์ให้ดู  หนแรกเขาไม่เอา  จน  5  ครั้งเขาจึง
เชื่อใจ เพราะเขาตรวจสอบเราหมดแล้ว จากนั้นจึงเริ่มทำงานด้วยกันและจบลงอย่างราบรื่นกับเรื่อง คู่กรรม

           นอกจากสร้างละครพื้นบ้านและละครร่วมสมัยนับร้อยนับพันเรื่องให้อยู่ ในความทรงจำของแฟน
ละครชาวไทย  ปั้นดารามาประดับฟากฟ้าบันเทิงไทยมากมายนับไม่ถ้วน  อีกหนึ่งตัวละครที่ถือกำเนิดจาก
อาณาจักรแห่งนี้และเป็นที่จดจำของแฟนๆ  โดยเฉพาะแฟนวัยจิ๋วก็คือเจ้าตัวการ์ตูนฤาษีน้อยที่มีชื่อว่า จ้า
ผู้มาพร้อมกับเพลงจังหวะ  โจ๊ะ ๆ โดนใจ  จ้ามาจ๊ะทิงจา...มาจ๊ะทิงจา...มาจ๊ะทิงจา   ที่เด็กๆ  ร้องตาม
กันไปทั่วบ้านทั่วเมือง

           คุณหรั่งเล่าถึงจุดกำเนิดของจ้าด้วยท่าทางอารมณ์ดีว่า

           “ ทดลองกันอยู่เกือบ  2  ปี  หมดเงินไปเยอะ  ไหนจะค่าเครื่องไม้เครื่องมือ  เงินเดือนพนักงานอีก  100  กว่าล้านทำอย่างไรดี  ผมเข้าไปถามลอร์ด  พ่อมาปฎิวัติแล้วนะนี่  ทำไม่ได้สักทีเดี๋ยวกูหมดตัวพอดี  ผมจึงเอาผู้กำกับหนังเข้าไป  2  คน  ไปคอยควบคุมเรื่องแอนิเมชั่น

           “ ประมาณ  15  วันหลังจากนั้นก็สำเร็จออกมาเป็นการ์ตูนเรื่องสั้นๆ    เราก็ดีไซน์ตัวการ์ตูนเจ้าจ้า
เข้าไป  เอาไปให้สปอนเซอร์ดู  เขาบอก  โอ้โห ! ไม่ไหวนะ  หน้าตามันอย่างไรไม่รู้  ตาหูเหลือก  หัวโตๆ  ไม่มีใครดูหรอก   แต่ปรากฏว่าเมื่อนำงานไปเสนอกับทางช่องแล้วผ่าน  พอฉายไปคนดูก็ติดจนโด่งดังถึง
ทุกวันนี้
           “ จ้ากำเนิดมาจากการ์ตูนไทยๆ  เป็นฤาษี  เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาลอกเลียนแบบ  เครื่องแบบฤาษี  การแสดงออกของมัน  ท่าเต้น  สีหน้าสีตาต้องแสดงออกชัดเจน  ตาก็ต้องโตหน่อยสิ  ถ้าตาเล็กๆ จะเห็น
อะไร  แล้วลักษณะของมันต้องไม่เป็นพระเอกด้วย  ให้มันขำขันได้  เป็นพระเอกก็ต้องเป็นฮีโร่ที่น่ารัก  ให้
เด็กรักน่ะ  แล้วจึงสร้างเพลงขึ้นมา

           “ การ์ตูนทั้งหมดไม่มีเรื่องไหนที่พาให้เด็กดูของดีๆ บ้าง  มีแต่แนวหนุ่มสาว  เซ๊กซี่  ต่อสู้  ฆ่ากัน  เราขอแชร์ตลาดหน่อยเถอะ  ในฐานะที่เป็นศิลปินแห่งชาติ  ขอทำความดีตรงนี้บ้าง  จึงเริ่มสร้างเพลงดีๆ  ได้สัก  30  เพลง  แต่เดี๋ยวนี้มี  100  กว่าเพลงแล้ว  เนื้อเพลงก็สอนเด็กๆ ทุกอย่าง  ออกอัลบั้มมาปีละชุด  จนถึงตอนนี้ก็เป็นปีที่  9  แล้ว

           รางวัลศิลปินแห่งชาติที่คุณหรั่งพูดถึงนับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดในชีวิตของเขา  เมื่อปี  2547  เขา
ได้รับพระราชทานรางวัลนี้จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  ในสาขาการแสดงภาพยนตร์และละคร

           “ ดีใจมาก  เป็นรางวัลสูงสุดในชีวิต  ก่อนหน้านั้นได้รางวัลอย่างมากก็กาชาดชั้น  1  แต่การเป็น
ศิลปินแห่งชาตินั้นยาก  ก่อนหน้าที่จะได้รางวัลนี้เคยได้รางวัลศิลปิน  จ . ปทุมธานี  แล้วก็ไปตามลำดับชั้น  อีกประมาณ  6  ปี  จึงได้รับพระราชทานรางวัลศิลปินแห่งชาติ   เขากล่าวด้วยน้ำเสียงปิติ  ก่อนวกกลับมา
ที่เรื่องกิจกรรมต่อเนื่องของเจ้าตัวการ์ตูนจ้า

           “ จ้ามีโรดโชว์  มีคอนเสิร์ตต่างจังหวัดทุกเดือน  ไม่ฟรีนะ  พราะฟรีแล้วดูไม่มีค่า  คนที่ซื้อสินค้า
ของบริษัทจ๊ะทิงจาจะได้รับบัตรเข้าชม  เขาก็ได้เก็บของเป็นที่ระลึก  จะได้นึกถึงเรา

           “ สมัยก่อนซีดีแผ่นละ  70  บาท  ผมรู้ว่าคนต่างจังหวัดส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเงิน  แต่ทุกครั้งที่จัด
แสดงคอนเสิร์ตเดือนละครั้ง  บางเดือนก็  2  ครั้ง  ค่าสถานที่  ค่าใช้จ่ายต่างๆตกอยู่ที่ครั้งละ  3 แสนบาท

           “ ไม่มีใครจัดแล้วยอมขาดทุนหรอก  แต่ผมยังทำต่อไป  เป็นความตั้งใจ  ทำแล้วรู้สึกชื่นใจ  มีคน
มาขอร้องให้จัดคอนเสิร์ตที่นั่นที่นี่  ตอนหลังขาดทุนน้อยลงเพราะไม่ต้องเสียค่าเช่าสถานที่  เพราะมีคน
ขอร้องให้ไปจัดแสดง  ลูกหลานเขาอยากดู

           เมื่อถามถึงเป้าหมายในการทำงานทุกวันนี้  คุณหรั่งยิ้มกว้าง  รอยยับปรากฏเป็นริ้วบริเวณหน้าผาก
และหางตาทั้ง  2 ข้าง บ่งบอกถึงประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน

           “ เป้าหมายผมไม่ได้ตั้งอะไรไว้มากมายหรอก  การทำงานตรงนี้อะไรที่เป็นของดีเป็นประโยชน์แก่
ประเทศชาติผมก็อยากทำ  มีคนอยากให้ผมทำหนังผมไม่อยากทำเพราะเข็ดแล้ว  ทำไปก็หมดตัวเปล่าๆ  เพราะใจไม่แข็งพอ  โดนเขาโกงหมด  พอมาทำละครทีวีนี่ดี  ไม่มีคนเบี้ยวคนโกง   เขากล่าวติดตลกอีก
ครั้ง

           “ ทุกวันนี้ดูทั้งละครทั้งข่าว  กลัวที่สุดคือความล้าสมัย  เพราะรู้ว่าตัวเองแก่แล้ว  พูดจาอะไรก็ต้อง
ระวังเดี๋ยวเด็กจะดูถูกได้  ต้องดูแลตัวเองด้วย  หรือเวลาทำงานก็อย่ามุทะลุทำไปคนเดียว  ต้องรับฟังความ
คิดเห็นของเด็กรุ่นใหม่

           “ ความตั้งใจจริงๆ  คืออยู่ในอาชีพนี้ทำอย่างไรจะเจริญแค่ไหนก็ไม่อาจรู้ได้นะ  เพียงแต่ผมทำงาน
โดยไม่ได้หวังเงินทอง  100  เปอร์เซ็นต์  หวังจะให้มันเป็นยาชุบชีวิตเราให้สบาย  ผมก็เหมือนนักเขียนคน
หนึ่ง  ไม่ได้มักใหญ่ใฝ่สูงอะไรมากมาย

           “ ใครจะว่าบริษัทเราเล็กเราก็ไม่ว่าอะไร  เราอยู่มาได้ตั้ง  40  ปี  โดยที่ไม่ได้เล็กลงไป  ไม่ได้ใหญ่
โตอะไรมากมายแต่พอเพียงน่ะ  และผมคิดว่าเกิดมาเป็นคนศิลป์ก็ควรอยู่กับศิลป์สักครึ่งหนึ่งอย่างน้อย  ไม่
อยากให้เลยเถิดไปจนเป็นการค้ามากมาย  แต่ส่วนลูกๆ  จะคิดอย่างไรผมไม่รู้ใจเขานะ  แต่ใจผมขอเป็นแค่นี้
ดีกว่า
      เขาขอเป็นแค่นี้.....เป็นคนเล็กแต่ใจไม่เคยเล็ก

 


แบ่งปัน

 
 
.:: Copyright © 2011 by Samsearn. All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form.::.